| ปี | อัตราส่วน P/E | เปลี่ยน |
|---|---|---|
| 2026 (TTM) | 18.10 | -48.05% |
| 2024 | 34.84 | 71.40% |
| 2023 | 20.33 | -79.03% |
| 2022 | 96.94 | 388.63% |
| 2021 | 19.84 | -39.45% |
| 2020 | 32.77 | 43.92% |
| 2019 | 22.77 | 15.50% |
| 2018 | 19.71 | -376.11% |
| 2017 | -7.14 | -101.17% |
| 2016 | 608.13 | -1,565.45% |
| 2015 | -41.50 | 0.00% |
| บริษัท | P/E Ratio | ความแตกต่างของ P/E Ratio | ประเทศ |
|---|---|---|---|
| 33.08 | 82.78% |
US
|
|
| 32.95 | 82.08% |
KR
|
|
| -102.53 | -666.50% |
JP
|
|
| 29.16 | 61.13% |
JP
|
|
| 36.49 | 101.62% |
JP
|
อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) วัดความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้นของบริษัทกับกำไรต่อหุ้น
P/E ต่ำแต่เป็นบวก หมายถึงบริษัทที่มีกำไรสูงเมื่อเทียบกับมูลค่าปัจจุบัน และอาจถูกประเมินค่าต่ำเกินไป P/E ติดลบสูง (ใกล้ 0) หมายถึงบริษัทที่ขาดทุนหนัก
บริษัทที่มี P/E มากกว่า 30 หรือค่าติดลบมักถูกมองว่าเป็น "หุ้นเติบโต" หมายความว่านักลงทุนคาดหวังการเติบโตหรือกำไรในอนาคต
บริษัทที่มี P/E บวกต่ำกว่า 10 มักถูกมองว่าเป็น "หุ้นคุณค่า" คือบริษัทที่มีกำไรสูงอยู่แล้วแต่มีแนวโน้มเติบโตต่ำ