| ปี | อัตราส่วน P/E | เปลี่ยน |
|---|---|---|
| 2026 (TTM) | -0.12 | -89.10% |
| 2024 | -1.09 | -111.38% |
| 2023 | 9.62 | 47.66% |
| 2022 | 6.52 | 155.02% |
| 2021 | 2.56 | -1,294.30% |
| 2020 | -0.21 | -100.12% |
| 2019 | 183.57 | 595.53% |
| 2018 | 26.39 | -26.15% |
| 2017 | 35.74 | -33.99% |
| 2016 | 54.14 | -11.24% |
| 2015 | 61.00 | 0.00% |
| บริษัท | P/E Ratio | ความแตกต่างของ P/E Ratio | ประเทศ |
|---|---|---|---|
| - | - |
ES
|
|
| 30.49 | -25,766.84% |
US
|
|
| - | - |
JP
|
|
| 34.77 | -29,371.21% |
US
|
|
| 37.79 | -31,912.12% |
US
|
อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) วัดความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้นของบริษัทกับกำไรต่อหุ้น
P/E ต่ำแต่เป็นบวก หมายถึงบริษัทที่มีกำไรสูงเมื่อเทียบกับมูลค่าปัจจุบัน และอาจถูกประเมินค่าต่ำเกินไป P/E ติดลบสูง (ใกล้ 0) หมายถึงบริษัทที่ขาดทุนหนัก
บริษัทที่มี P/E มากกว่า 30 หรือค่าติดลบมักถูกมองว่าเป็น "หุ้นเติบโต" หมายความว่านักลงทุนคาดหวังการเติบโตหรือกำไรในอนาคต
บริษัทที่มี P/E บวกต่ำกว่า 10 มักถูกมองว่าเป็น "หุ้นคุณค่า" คือบริษัทที่มีกำไรสูงอยู่แล้วแต่มีแนวโน้มเติบโตต่ำ