| ปี | อัตราส่วน P/E | เปลี่ยน |
|---|---|---|
| 2026 (TTM) | 60.51 | -10.43% |
| 2025 | 67.56 | 95.08% |
| 2024 | 34.63 | -29.89% |
| 2023 | 49.40 | 76.20% |
| 2022 | 28.04 | 35.41% |
| 2021 | 20.71 | 137.38% |
| 2020 | 8.72 | -51.61% |
| 2019 | 18.03 | -12.69% |
| 2018 | 20.65 | 1.95% |
| 2017 | 20.25 | -60.19% |
| 2016 | 50.87 | -46.91% |
| 2015 | 95.80 | 59.93% |
| 2014 | 59.90 | 42.22% |
| 2013 | 42.12 | 0.00% |
| บริษัท | P/E Ratio | ความแตกต่างของ P/E Ratio | ประเทศ |
|---|---|---|---|
| 31.93 | -47.24% |
IE
|
|
| 24.32 | -59.80% |
IE
|
|
| 31.65 | -47.69% |
US
|
|
| 16.70 | -72.41% |
FR
|
|
| 21.05 | -65.22% |
JP
|
อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) วัดความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้นของบริษัทกับกำไรต่อหุ้น
P/E ต่ำแต่เป็นบวก หมายถึงบริษัทที่มีกำไรสูงเมื่อเทียบกับมูลค่าปัจจุบัน และอาจถูกประเมินค่าต่ำเกินไป P/E ติดลบสูง (ใกล้ 0) หมายถึงบริษัทที่ขาดทุนหนัก
บริษัทที่มี P/E มากกว่า 30 หรือค่าติดลบมักถูกมองว่าเป็น "หุ้นเติบโต" หมายความว่านักลงทุนคาดหวังการเติบโตหรือกำไรในอนาคต
บริษัทที่มี P/E บวกต่ำกว่า 10 มักถูกมองว่าเป็น "หุ้นคุณค่า" คือบริษัทที่มีกำไรสูงอยู่แล้วแต่มีแนวโน้มเติบโตต่ำ