| ปี | อัตราส่วน P/E | เปลี่ยน |
|---|---|---|
| 2026 (TTM) | -4.55 | 299.46% |
| 2024 | -1.14 | -50.66% |
| 2023 | -2.30 | -101.56% |
| 2022 | 147.75 | -12.00% |
| 2021 | 167.89 | 231.37% |
| 2020 | 50.66 | 333.30% |
| 2019 | 11.69 | -20.08% |
| 2018 | 14.63 | -41.59% |
| 2017 | 25.05 | -43.91% |
| 2016 | 44.66 | 436.50% |
| 2015 | 8.32 | -55.93% |
| 2014 | 18.89 | -28.36% |
| 2013 | 26.36 | 0.00% |
| บริษัท | P/E Ratio | ความแตกต่างของ P/E Ratio | ประเทศ |
|---|---|---|---|
| 3.29 | -172.16% |
PH
|
|
| 17.77 | -490.17% |
HK
|
|
| 6.76 | -248.33% |
HK
|
|
| 14.57 | -419.87% |
HK
|
|
| 9.81 | -315.35% |
JP
|
อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) วัดความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้นของบริษัทกับกำไรต่อหุ้น
P/E ต่ำแต่เป็นบวก หมายถึงบริษัทที่มีกำไรสูงเมื่อเทียบกับมูลค่าปัจจุบัน และอาจถูกประเมินค่าต่ำเกินไป P/E ติดลบสูง (ใกล้ 0) หมายถึงบริษัทที่ขาดทุนหนัก
บริษัทที่มี P/E มากกว่า 30 หรือค่าติดลบมักถูกมองว่าเป็น "หุ้นเติบโต" หมายความว่านักลงทุนคาดหวังการเติบโตหรือกำไรในอนาคต
บริษัทที่มี P/E บวกต่ำกว่า 10 มักถูกมองว่าเป็น "หุ้นคุณค่า" คือบริษัทที่มีกำไรสูงอยู่แล้วแต่มีแนวโน้มเติบโตต่ำ