| ปี | อัตราส่วน P/E | เปลี่ยน |
|---|---|---|
| 2026 (TTM) | -20.57 | -94.62% |
| 2024 | -382.59 | 1,433.39% |
| 2023 | -24.95 | 24.58% |
| 2022 | -20.03 | 26.56% |
| 2021 | -15.82 | 153.01% |
| 2020 | -6.25 | -120.64% |
| 2019 | 30.30 | -80.48% |
| 2018 | 155.19 | 499.28% |
| 2017 | 25.90 | -10.77% |
| 2016 | 29.02 | 36.73% |
| 2015 | 21.23 | -48.37% |
| 2014 | 41.11 | -6.73% |
| 2013 | 44.08 | -10.83% |
| 2012 | 49.43 | -20.10% |
| 2011 | 61.87 | -170.54% |
| 2010 | -87.71 | -85.40% |
| 2009 | -600.59 | 0.00% |
| บริษัท | P/E Ratio | ความแตกต่างของ P/E Ratio | ประเทศ |
|---|
อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) วัดความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้นของบริษัทกับกำไรต่อหุ้น
P/E ต่ำแต่เป็นบวก หมายถึงบริษัทที่มีกำไรสูงเมื่อเทียบกับมูลค่าปัจจุบัน และอาจถูกประเมินค่าต่ำเกินไป P/E ติดลบสูง (ใกล้ 0) หมายถึงบริษัทที่ขาดทุนหนัก
บริษัทที่มี P/E มากกว่า 30 หรือค่าติดลบมักถูกมองว่าเป็น "หุ้นเติบโต" หมายความว่านักลงทุนคาดหวังการเติบโตหรือกำไรในอนาคต
บริษัทที่มี P/E บวกต่ำกว่า 10 มักถูกมองว่าเป็น "หุ้นคุณค่า" คือบริษัทที่มีกำไรสูงอยู่แล้วแต่มีแนวโน้มเติบโตต่ำ