| ปี | อัตราส่วน P/E | เปลี่ยน |
|---|---|---|
| 2026 (TTM) | -3.30 | 161.66% |
| 2024 | -1.26 | -54.90% |
| 2023 | -2.79 | -14.15% |
| 2022 | -3.25 | -43.76% |
| 2021 | -5.78 | 96.08% |
| 2020 | -2.95 | 77.99% |
| 2019 | -1.66 | -17.18% |
| 2018 | -2.00 | -72.73% |
| 2017 | -7.33 | -27.62% |
| 2016 | -10.13 | -86.05% |
| 2015 | -72.61 | -76.47% |
| 2014 | -308.58 | 0.00% |
| บริษัท | P/E Ratio | ความแตกต่างของ P/E Ratio | ประเทศ |
|---|---|---|---|
| 27.74 | -941.43% |
JP
|
|
| 13.80 | -518.67% |
JP
|
|
| 13.42 | -507.16% |
JP
|
|
| 9.96 | -402.23% |
KR
|
|
| 16.26 | -593.29% |
CN
|
อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) วัดความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้นของบริษัทกับกำไรต่อหุ้น
P/E ต่ำแต่เป็นบวก หมายถึงบริษัทที่มีกำไรสูงเมื่อเทียบกับมูลค่าปัจจุบัน และอาจถูกประเมินค่าต่ำเกินไป P/E ติดลบสูง (ใกล้ 0) หมายถึงบริษัทที่ขาดทุนหนัก
บริษัทที่มี P/E มากกว่า 30 หรือค่าติดลบมักถูกมองว่าเป็น "หุ้นเติบโต" หมายความว่านักลงทุนคาดหวังการเติบโตหรือกำไรในอนาคต
บริษัทที่มี P/E บวกต่ำกว่า 10 มักถูกมองว่าเป็น "หุ้นคุณค่า" คือบริษัทที่มีกำไรสูงอยู่แล้วแต่มีแนวโน้มเติบโตต่ำ