| ปี | อัตราส่วน P/E | เปลี่ยน |
|---|---|---|
| 2026 (TTM) | -0.05 | -86.68% |
| 2023 | -0.37 | -43.36% |
| 2022 | -0.65 | -99.79% |
| 2021 | -313.78 | 127.40% |
| 2020 | -137.98 | 26.10% |
| 2019 | -109.42 | 99.99% |
| 2018 | -54.71 | -91.85% |
| 2017 | -671.58 | 153.53% |
| 2016 | -264.89 | 5.47% |
| 2015 | -251.14 | 0.00% |
| บริษัท | P/E Ratio | ความแตกต่างของ P/E Ratio | ประเทศ |
|---|---|---|---|
| 28.05 | -56,992.90% |
US
|
|
| 31.14 | -63,272.82% |
NL
|
|
| - | - |
CH
|
|
| - | - |
KR
|
|
| 19.30 | -39,245.44% |
BE
|
อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) วัดความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้นของบริษัทกับกำไรต่อหุ้น
P/E ต่ำแต่เป็นบวก หมายถึงบริษัทที่มีกำไรสูงเมื่อเทียบกับมูลค่าปัจจุบัน และอาจถูกประเมินค่าต่ำเกินไป P/E ติดลบสูง (ใกล้ 0) หมายถึงบริษัทที่ขาดทุนหนัก
บริษัทที่มี P/E มากกว่า 30 หรือค่าติดลบมักถูกมองว่าเป็น "หุ้นเติบโต" หมายความว่านักลงทุนคาดหวังการเติบโตหรือกำไรในอนาคต
บริษัทที่มี P/E บวกต่ำกว่า 10 มักถูกมองว่าเป็น "หุ้นคุณค่า" คือบริษัทที่มีกำไรสูงอยู่แล้วแต่มีแนวโน้มเติบโตต่ำ