| ปี | อัตราส่วน P/E | เปลี่ยน |
|---|---|---|
| 2026 (TTM) | 48.22 | 47.46% |
| 2024 | 32.70 | 97.52% |
| 2023 | 16.55 | -32.64% |
| 2022 | 24.58 | -15.86% |
| 2021 | 29.21 | -7.80% |
| 2020 | 31.68 | 624.69% |
| 2019 | 4.37 | -80.88% |
| 2018 | 22.86 | -12.75% |
| 2017 | 26.20 | -8.46% |
| 2016 | 28.63 | 232.80% |
| 2015 | 8.60 | -54.27% |
| 2014 | 18.81 | 66.49% |
| 2013 | 11.30 | -10.08% |
| 2012 | 12.56 | 0.00% |
| บริษัท | P/E Ratio | ความแตกต่างของ P/E Ratio | ประเทศ |
|---|---|---|---|
| 40.14 | -16.75% |
US
|
|
| - | - |
CA
|
|
| 19.51 | -59.53% |
US
|
|
| 20.38 | -57.73% |
AU
|
|
| 35.85 | -25.64% |
US
|
อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) วัดความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้นของบริษัทกับกำไรต่อหุ้น
P/E ต่ำแต่เป็นบวก หมายถึงบริษัทที่มีกำไรสูงเมื่อเทียบกับมูลค่าปัจจุบัน และอาจถูกประเมินค่าต่ำเกินไป P/E ติดลบสูง (ใกล้ 0) หมายถึงบริษัทที่ขาดทุนหนัก
บริษัทที่มี P/E มากกว่า 30 หรือค่าติดลบมักถูกมองว่าเป็น "หุ้นเติบโต" หมายความว่านักลงทุนคาดหวังการเติบโตหรือกำไรในอนาคต
บริษัทที่มี P/E บวกต่ำกว่า 10 มักถูกมองว่าเป็น "หุ้นคุณค่า" คือบริษัทที่มีกำไรสูงอยู่แล้วแต่มีแนวโน้มเติบโตต่ำ