| ปี | อัตราส่วน P/E | เปลี่ยน |
|---|---|---|
| 2026 (TTM) | -9.11 | -16.27% |
| 2025 | -10.88 | -155.23% |
| 2024 | 19.69 | -166.38% |
| 2023 | -29.67 | -219.87% |
| 2022 | 24.75 | 188.13% |
| 2021 | 8.59 | -53.43% |
| 2020 | 18.44 | 41.49% |
| 2019 | 13.03 | 10.79% |
| 2018 | 11.77 | -23.38% |
| 2017 | 15.35 | -58.57% |
| 2016 | 37.06 | -46.20% |
| 2015 | 68.88 | -2,135.91% |
| 2014 | -3.38 | 0.00% |
| บริษัท | P/E Ratio | ความแตกต่างของ P/E Ratio | ประเทศ |
|---|---|---|---|
| 7.47 | -182.02% |
US
|
|
| 6.67 | -173.24% |
US
|
|
| 14.39 | -257.99% |
US
|
|
| 7.83 | -185.96% |
US
|
|
| 10.09 | -210.73% |
US
|
อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) วัดความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้นของบริษัทกับกำไรต่อหุ้น
P/E ต่ำแต่เป็นบวก หมายถึงบริษัทที่มีกำไรสูงเมื่อเทียบกับมูลค่าปัจจุบัน และอาจถูกประเมินค่าต่ำเกินไป P/E ติดลบสูง (ใกล้ 0) หมายถึงบริษัทที่ขาดทุนหนัก
บริษัทที่มี P/E มากกว่า 30 หรือค่าติดลบมักถูกมองว่าเป็น "หุ้นเติบโต" หมายความว่านักลงทุนคาดหวังการเติบโตหรือกำไรในอนาคต
บริษัทที่มี P/E บวกต่ำกว่า 10 มักถูกมองว่าเป็น "หุ้นคุณค่า" คือบริษัทที่มีกำไรสูงอยู่แล้วแต่มีแนวโน้มเติบโตต่ำ