| ปี | อัตราส่วน P/E | เปลี่ยน |
|---|---|---|
| 2026 (TTM) | -2.04 | 21.98% |
| 2024 | -1.67 | 824.03% |
| 2023 | -0.18 | -76.41% |
| 2022 | -0.77 | -87.63% |
| 2021 | -6.20 | -11.94% |
| 2020 | -7.05 | -50.27% |
| 2019 | -14.17 | 216.01% |
| 2018 | -4.48 | -76.16% |
| 2017 | -18.80 | 8.46% |
| 2016 | -17.33 | -74.39% |
| 2015 | -67.68 | 0.00% |
| บริษัท | P/E Ratio | ความแตกต่างของ P/E Ratio | ประเทศ |
|---|---|---|---|
| 39.79 | -2,053.27% |
US
|
|
| - | - |
JP
|
|
| 59.99 | -3,045.19% |
TW
|
|
| 75.07 | -3,785.44% |
US
|
|
| 18.37 | -1,001.58% |
TW
|
อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) วัดความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้นของบริษัทกับกำไรต่อหุ้น
P/E ต่ำแต่เป็นบวก หมายถึงบริษัทที่มีกำไรสูงเมื่อเทียบกับมูลค่าปัจจุบัน และอาจถูกประเมินค่าต่ำเกินไป P/E ติดลบสูง (ใกล้ 0) หมายถึงบริษัทที่ขาดทุนหนัก
บริษัทที่มี P/E มากกว่า 30 หรือค่าติดลบมักถูกมองว่าเป็น "หุ้นเติบโต" หมายความว่านักลงทุนคาดหวังการเติบโตหรือกำไรในอนาคต
บริษัทที่มี P/E บวกต่ำกว่า 10 มักถูกมองว่าเป็น "หุ้นคุณค่า" คือบริษัทที่มีกำไรสูงอยู่แล้วแต่มีแนวโน้มเติบโตต่ำ