| ปี | อัตราส่วน P/E | เปลี่ยน |
|---|---|---|
| 2026 (TTM) | -0.01 | -80.67% |
| 2022 | -0.03 | -70.37% |
| 2021 | -0.08 | 132.05% |
| 2020 | -0.04 | -91.21% |
| 2019 | -0.42 | 42.30% |
| 2018 | -0.29 | -61.58% |
| 2017 | -0.76 | 89.09% |
| 2016 | -0.40 | -99.10% |
| 2015 | -44.41 | -54.26% |
| 2014 | -97.09 | 59.73% |
| 2013 | -60.78 | 5,948.63% |
| 2012 | -1.00 | 37.11% |
| 2011 | -0.73 | 0.00% |
| บริษัท | P/E Ratio | ความแตกต่างของ P/E Ratio | ประเทศ |
|---|---|---|---|
| 28.05 | -483,689.66% |
US
|
|
| 31.14 | -537,068.97% |
NL
|
|
| - | - |
CH
|
|
| - | - |
KR
|
|
| 19.30 | -332,836.21% |
BE
|
อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) วัดความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้นของบริษัทกับกำไรต่อหุ้น
P/E ต่ำแต่เป็นบวก หมายถึงบริษัทที่มีกำไรสูงเมื่อเทียบกับมูลค่าปัจจุบัน และอาจถูกประเมินค่าต่ำเกินไป P/E ติดลบสูง (ใกล้ 0) หมายถึงบริษัทที่ขาดทุนหนัก
บริษัทที่มี P/E มากกว่า 30 หรือค่าติดลบมักถูกมองว่าเป็น "หุ้นเติบโต" หมายความว่านักลงทุนคาดหวังการเติบโตหรือกำไรในอนาคต
บริษัทที่มี P/E บวกต่ำกว่า 10 มักถูกมองว่าเป็น "หุ้นคุณค่า" คือบริษัทที่มีกำไรสูงอยู่แล้วแต่มีแนวโน้มเติบโตต่ำ