| ปี | อัตราส่วน P/E | เปลี่ยน |
|---|---|---|
| 2026 (TTM) | -2.46 | -100.00% |
| 2025 | 0.00 | -100.00% |
| 2024 | -1.21 | 1,039.12% |
| 2023 | -0.11 | -95.74% |
| 2022 | -2.50 | -73.57% |
| 2021 | -9.48 | 624.46% |
| 2020 | -1.31 | -9.20% |
| 2019 | -1.44 | -33.63% |
| 2018 | -2.17 | -63.45% |
| 2017 | -5.94 | 185.78% |
| 2016 | -2.08 | -44.16% |
| 2015 | -3.72 | -48.07% |
| 2014 | -7.17 | 0.00% |
| บริษัท | P/E Ratio | ความแตกต่างของ P/E Ratio | ประเทศ |
|---|---|---|---|
| 11.41 | -563.35% |
US
|
|
| 23.87 | -1,069.42% |
JP
|
|
| 13.03 | -629.14% |
CN
|
|
| 35.71 | -1,550.31% |
JP
|
|
| 42.13 | -1,811.13% |
FI
|
อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) วัดความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้นของบริษัทกับกำไรต่อหุ้น
P/E ต่ำแต่เป็นบวก หมายถึงบริษัทที่มีกำไรสูงเมื่อเทียบกับมูลค่าปัจจุบัน และอาจถูกประเมินค่าต่ำเกินไป P/E ติดลบสูง (ใกล้ 0) หมายถึงบริษัทที่ขาดทุนหนัก
บริษัทที่มี P/E มากกว่า 30 หรือค่าติดลบมักถูกมองว่าเป็น "หุ้นเติบโต" หมายความว่านักลงทุนคาดหวังการเติบโตหรือกำไรในอนาคต
บริษัทที่มี P/E บวกต่ำกว่า 10 มักถูกมองว่าเป็น "หุ้นคุณค่า" คือบริษัทที่มีกำไรสูงอยู่แล้วแต่มีแนวโน้มเติบโตต่ำ