| ปี | อัตราส่วน P/E | เปลี่ยน |
|---|---|---|
| 2026 (TTM) | -1.10 | 3.77% |
| 2024 | -1.06 | -52.65% |
| 2023 | -2.23 | -43.86% |
| 2022 | -3.97 | -84.67% |
| 2021 | -25.90 | 455.41% |
| 2020 | -4.66 | -272.15% |
| 2019 | 2.71 | -197.56% |
| 2018 | -2.78 | 30.03% |
| 2017 | -2.13 | 83.79% |
| 2016 | -1.16 | -68.58% |
| 2015 | -3.70 | 16.85% |
| 2014 | -3.16 | -45.48% |
| 2013 | -5.80 | 0.00% |
| บริษัท | P/E Ratio | ความแตกต่างของ P/E Ratio | ประเทศ |
|---|---|---|---|
| - | - |
SE
|
|
| 24.05 | -2,286.54% |
US
|
|
| 13.49 | -1,326.20% |
CN
|
|
| 21.19 | -2,026.01% |
IT
|
|
| 24.72 | -2,347.72% |
PL
|
อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) วัดความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้นของบริษัทกับกำไรต่อหุ้น
P/E ต่ำแต่เป็นบวก หมายถึงบริษัทที่มีกำไรสูงเมื่อเทียบกับมูลค่าปัจจุบัน และอาจถูกประเมินค่าต่ำเกินไป P/E ติดลบสูง (ใกล้ 0) หมายถึงบริษัทที่ขาดทุนหนัก
บริษัทที่มี P/E มากกว่า 30 หรือค่าติดลบมักถูกมองว่าเป็น "หุ้นเติบโต" หมายความว่านักลงทุนคาดหวังการเติบโตหรือกำไรในอนาคต
บริษัทที่มี P/E บวกต่ำกว่า 10 มักถูกมองว่าเป็น "หุ้นคุณค่า" คือบริษัทที่มีกำไรสูงอยู่แล้วแต่มีแนวโน้มเติบโตต่ำ