| ปี | อัตราส่วน P/E | เปลี่ยน |
|---|---|---|
| 2026 (TTM) | -3.75 | 82.93% |
| 2024 | -2.05 | -64.33% |
| 2023 | -5.75 | -152.55% |
| 2022 | 10.95 | 161.90% |
| 2021 | 4.18 | -1,141.82% |
| 2020 | -0.40 | -97.28% |
| 2019 | -14.76 | -63.87% |
| 2018 | -40.85 | -167.39% |
| 2017 | 60.61 | -179.35% |
| 2016 | -76.38 | -221.36% |
| 2015 | 62.94 | 10.96% |
| 2014 | 56.72 | -37.92% |
| 2013 | 91.36 | 0.00% |
| บริษัท | P/E Ratio | ความแตกต่างของ P/E Ratio | ประเทศ |
|---|---|---|---|
| 20.87 | -656.43% |
US
|
|
| 56.94 | -1,618.31% |
US
|
|
| 33.97 | -1,005.81% |
US
|
|
| 18.27 | -587.29% |
US
|
|
| 19.24 | -613.11% |
US
|
อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) วัดความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้นของบริษัทกับกำไรต่อหุ้น
P/E ต่ำแต่เป็นบวก หมายถึงบริษัทที่มีกำไรสูงเมื่อเทียบกับมูลค่าปัจจุบัน และอาจถูกประเมินค่าต่ำเกินไป P/E ติดลบสูง (ใกล้ 0) หมายถึงบริษัทที่ขาดทุนหนัก
บริษัทที่มี P/E มากกว่า 30 หรือค่าติดลบมักถูกมองว่าเป็น "หุ้นเติบโต" หมายความว่านักลงทุนคาดหวังการเติบโตหรือกำไรในอนาคต
บริษัทที่มี P/E บวกต่ำกว่า 10 มักถูกมองว่าเป็น "หุ้นคุณค่า" คือบริษัทที่มีกำไรสูงอยู่แล้วแต่มีแนวโน้มเติบโตต่ำ