| ปี | อัตราส่วน P/E | เปลี่ยน |
|---|---|---|
| 2026 (TTM) | -8.19 | -19.09% |
| 2024 | -10.12 | 112.14% |
| 2023 | -4.77 | -14.54% |
| 2022 | -5.58 | 247.65% |
| 2021 | -1.61 | -52.44% |
| 2020 | -3.38 | -44.19% |
| 2019 | -6.05 | 140.29% |
| 2018 | -2.52 | -94.62% |
| 2017 | -46.84 | -49.89% |
| 2016 | -93.47 | 3,452.00% |
| 2015 | -2.63 | 270.06% |
| 2014 | -0.71 | 2.52% |
| 2013 | -0.69 | 0.00% |
| บริษัท | P/E Ratio | ความแตกต่างของ P/E Ratio | ประเทศ |
|---|---|---|---|
| 9.78 | -219.43% |
HK
|
|
| 18.30 | -323.44% |
US
|
|
| 12.81 | -256.39% |
CA
|
|
| 14.47 | -276.67% |
US
|
|
| 24.93 | -404.45% |
US
|
อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) วัดความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้นของบริษัทกับกำไรต่อหุ้น
P/E ต่ำแต่เป็นบวก หมายถึงบริษัทที่มีกำไรสูงเมื่อเทียบกับมูลค่าปัจจุบัน และอาจถูกประเมินค่าต่ำเกินไป P/E ติดลบสูง (ใกล้ 0) หมายถึงบริษัทที่ขาดทุนหนัก
บริษัทที่มี P/E มากกว่า 30 หรือค่าติดลบมักถูกมองว่าเป็น "หุ้นเติบโต" หมายความว่านักลงทุนคาดหวังการเติบโตหรือกำไรในอนาคต
บริษัทที่มี P/E บวกต่ำกว่า 10 มักถูกมองว่าเป็น "หุ้นคุณค่า" คือบริษัทที่มีกำไรสูงอยู่แล้วแต่มีแนวโน้มเติบโตต่ำ