| ปี | อัตราส่วน P/E | เปลี่ยน |
|---|---|---|
| 2026 (TTM) | -1.75 | -43.84% |
| 2024 | -3.12 | -10.09% |
| 2023 | -3.47 | -99.25% |
| 2022 | -461.48 | -195.07% |
| 2021 | 485.43 | 134.48% |
| 2020 | 207.02 | -126.84% |
| 2019 | -771.23 | -113.97% |
| 2018 | 5.52K | -515.82% |
| 2017 | -1.33K | -99.33% |
| 2016 | -196.70K | 0.00% |
| บริษัท | P/E Ratio | ความแตกต่างของ P/E Ratio | ประเทศ |
|---|---|---|---|
| 26.00 | -1,583.96% |
US
|
|
| 36.66 | -2,192.26% |
US
|
|
| 43.38 | -2,575.81% |
US
|
|
| 17.18 | -1,080.41% |
CN
|
|
| 24.46 | -1,496.13% |
US
|
อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) วัดความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้นของบริษัทกับกำไรต่อหุ้น
P/E ต่ำแต่เป็นบวก หมายถึงบริษัทที่มีกำไรสูงเมื่อเทียบกับมูลค่าปัจจุบัน และอาจถูกประเมินค่าต่ำเกินไป P/E ติดลบสูง (ใกล้ 0) หมายถึงบริษัทที่ขาดทุนหนัก
บริษัทที่มี P/E มากกว่า 30 หรือค่าติดลบมักถูกมองว่าเป็น "หุ้นเติบโต" หมายความว่านักลงทุนคาดหวังการเติบโตหรือกำไรในอนาคต
บริษัทที่มี P/E บวกต่ำกว่า 10 มักถูกมองว่าเป็น "หุ้นคุณค่า" คือบริษัทที่มีกำไรสูงอยู่แล้วแต่มีแนวโน้มเติบโตต่ำ