| ปี | อัตราส่วน P/E | เปลี่ยน |
|---|---|---|
| 2026 (TTM) | -0.06 | -7.00% |
| 2023 | -0.06 | -60.23% |
| 2022 | -0.16 | -76.75% |
| 2021 | -0.67 | -46.50% |
| 2020 | -1.26 | 180.46% |
| 2019 | -0.45 | -45.18% |
| 2018 | -0.82 | -25.47% |
| 2017 | -1.10 | -78.85% |
| 2016 | -5.19 | 249.89% |
| 2015 | -1.48 | 375.92% |
| 2014 | -0.31 | 0.00% |
| บริษัท | P/E Ratio | ความแตกต่างของ P/E Ratio | ประเทศ |
|---|---|---|---|
| 29.20 | -52,430.29% |
US
|
|
| 30.62 | -54,973.12% |
NL
|
|
| - | - |
CH
|
|
| - | - |
KR
|
|
| 18.38 | -33,040.86% |
BE
|
อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) วัดความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้นของบริษัทกับกำไรต่อหุ้น
P/E ต่ำแต่เป็นบวก หมายถึงบริษัทที่มีกำไรสูงเมื่อเทียบกับมูลค่าปัจจุบัน และอาจถูกประเมินค่าต่ำเกินไป P/E ติดลบสูง (ใกล้ 0) หมายถึงบริษัทที่ขาดทุนหนัก
บริษัทที่มี P/E มากกว่า 30 หรือค่าติดลบมักถูกมองว่าเป็น "หุ้นเติบโต" หมายความว่านักลงทุนคาดหวังการเติบโตหรือกำไรในอนาคต
บริษัทที่มี P/E บวกต่ำกว่า 10 มักถูกมองว่าเป็น "หุ้นคุณค่า" คือบริษัทที่มีกำไรสูงอยู่แล้วแต่มีแนวโน้มเติบโตต่ำ