| ปี | อัตราส่วน P/E | เปลี่ยน |
|---|---|---|
| 2026 (TTM) | -1.62 | 169.60% |
| 2023 | -0.60 | 67.79% |
| 2022 | -0.36 | -96.64% |
| 2021 | -10.61 | 60.93% |
| 2020 | -6.59 | 477.68% |
| 2019 | -1.14 | -92.16% |
| 2018 | -14.55 | 1,395.30% |
| 2017 | -0.97 | -100.06% |
| 2016 | 1.52K | 103.77% |
| 2015 | 747.13 | -87.04% |
| 2014 | 5.76K | 0.00% |
| บริษัท | P/E Ratio | ความแตกต่างของ P/E Ratio | ประเทศ |
|---|---|---|---|
| 25.82 | -1,696.06% |
US
|
|
| 21.87 | -1,451.71% |
US
|
|
| 128.19 | -8,024.55% |
US
|
|
| 278.85 | -17,338.42% |
US
|
|
| -4.02K | 248,299.19% |
US
|
อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) วัดความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้นของบริษัทกับกำไรต่อหุ้น
P/E ต่ำแต่เป็นบวก หมายถึงบริษัทที่มีกำไรสูงเมื่อเทียบกับมูลค่าปัจจุบัน และอาจถูกประเมินค่าต่ำเกินไป P/E ติดลบสูง (ใกล้ 0) หมายถึงบริษัทที่ขาดทุนหนัก
บริษัทที่มี P/E มากกว่า 30 หรือค่าติดลบมักถูกมองว่าเป็น "หุ้นเติบโต" หมายความว่านักลงทุนคาดหวังการเติบโตหรือกำไรในอนาคต
บริษัทที่มี P/E บวกต่ำกว่า 10 มักถูกมองว่าเป็น "หุ้นคุณค่า" คือบริษัทที่มีกำไรสูงอยู่แล้วแต่มีแนวโน้มเติบโตต่ำ