| ปี | อัตราส่วน P/E | เปลี่ยน |
|---|---|---|
| 2026 (TTM) | -1.61 | -32.46% |
| 2024 | -2.39 | -71.68% |
| 2023 | -8.46 | 185.94% |
| 2022 | -2.96 | -59.07% |
| 2021 | -7.23 | -38.74% |
| 2020 | -11.80 | 516.88% |
| 2019 | -1.91 | -22.01% |
| 2018 | -2.45 | -64.41% |
| 2017 | -6.89 | -88.49% |
| 2016 | -59.83 | 36,560.72% |
| 2015 | -0.16 | 0.00% |
| บริษัท | P/E Ratio | ความแตกต่างของ P/E Ratio | ประเทศ |
|---|---|---|---|
| 11.65 | -821.73% |
DK
|
|
| 28.00 | -1,834.61% |
US
|
|
| 15.43 | -1,055.66% |
US
|
|
| 28.35 | -1,856.41% |
BE
|
|
| 48.77 | -3,121.37% |
NL
|
อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) วัดความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้นของบริษัทกับกำไรต่อหุ้น
P/E ต่ำแต่เป็นบวก หมายถึงบริษัทที่มีกำไรสูงเมื่อเทียบกับมูลค่าปัจจุบัน และอาจถูกประเมินค่าต่ำเกินไป P/E ติดลบสูง (ใกล้ 0) หมายถึงบริษัทที่ขาดทุนหนัก
บริษัทที่มี P/E มากกว่า 30 หรือค่าติดลบมักถูกมองว่าเป็น "หุ้นเติบโต" หมายความว่านักลงทุนคาดหวังการเติบโตหรือกำไรในอนาคต
บริษัทที่มี P/E บวกต่ำกว่า 10 มักถูกมองว่าเป็น "หุ้นคุณค่า" คือบริษัทที่มีกำไรสูงอยู่แล้วแต่มีแนวโน้มเติบโตต่ำ