| ปี | อัตราส่วน P/E | เปลี่ยน |
|---|---|---|
| 2026 (TTM) | -3.38 | 204.82% |
| 2024 | -1.11 | -88.39% |
| 2023 | -9.55 | -81.03% |
| 2022 | -50.35 | 91.92% |
| 2021 | -26.23 | 561.41% |
| 2020 | -3.97 | -28.88% |
| 2019 | -5.58 | 0.59% |
| 2018 | -5.54 | -71.23% |
| 2017 | -19.27 | -88.53% |
| 2016 | -167.92 | 1,077.93% |
| 2015 | -14.26 | -93.70% |
| 2014 | -226.34 | 316.37% |
| 2013 | -54.36 | -17.66% |
| 2012 | -66.02 | 0.00% |
| บริษัท | P/E Ratio | ความแตกต่างของ P/E Ratio | ประเทศ |
|---|---|---|---|
| 88.95 | -2,728.87% |
US
|
|
| 43.27 | -1,378.87% |
US
|
|
| 70.08 | -2,171.37% |
TW
|
|
| 70.98 | -2,197.97% |
JP
|
|
| 16.95 | -600.95% |
TW
|
อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) วัดความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้นของบริษัทกับกำไรต่อหุ้น
P/E ต่ำแต่เป็นบวก หมายถึงบริษัทที่มีกำไรสูงเมื่อเทียบกับมูลค่าปัจจุบัน และอาจถูกประเมินค่าต่ำเกินไป P/E ติดลบสูง (ใกล้ 0) หมายถึงบริษัทที่ขาดทุนหนัก
บริษัทที่มี P/E มากกว่า 30 หรือค่าติดลบมักถูกมองว่าเป็น "หุ้นเติบโต" หมายความว่านักลงทุนคาดหวังการเติบโตหรือกำไรในอนาคต
บริษัทที่มี P/E บวกต่ำกว่า 10 มักถูกมองว่าเป็น "หุ้นคุณค่า" คือบริษัทที่มีกำไรสูงอยู่แล้วแต่มีแนวโน้มเติบโตต่ำ