| ปี | อัตราส่วน P/E | เปลี่ยน |
|---|---|---|
| 2026 (TTM) | -1.79 | -2,653.00% |
| 2024 | 0.07 | -101.34% |
| 2023 | -5.00 | -5.70% |
| 2022 | -5.30 | -28.04% |
| 2021 | -7.37 | -32.46% |
| 2020 | -10.91 | -1.88% |
| 2019 | -11.12 | 2.27% |
| 2018 | -10.87 | -29.85% |
| 2017 | -15.50 | -14.26% |
| 2016 | -18.08 | 0.00% |
| บริษัท | P/E Ratio | ความแตกต่างของ P/E Ratio | ประเทศ |
|---|---|---|---|
| 29.31 | -1,740.22% |
US
|
|
| 38.35 | -2,246.08% |
US
|
|
| 18.70 | -1,146.29% |
CN
|
|
| 39.55 | -2,313.21% |
US
|
|
| -167.28 | 9,260.20% |
US
|
อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) วัดความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้นของบริษัทกับกำไรต่อหุ้น
P/E ต่ำแต่เป็นบวก หมายถึงบริษัทที่มีกำไรสูงเมื่อเทียบกับมูลค่าปัจจุบัน และอาจถูกประเมินค่าต่ำเกินไป P/E ติดลบสูง (ใกล้ 0) หมายถึงบริษัทที่ขาดทุนหนัก
บริษัทที่มี P/E มากกว่า 30 หรือค่าติดลบมักถูกมองว่าเป็น "หุ้นเติบโต" หมายความว่านักลงทุนคาดหวังการเติบโตหรือกำไรในอนาคต
บริษัทที่มี P/E บวกต่ำกว่า 10 มักถูกมองว่าเป็น "หุ้นคุณค่า" คือบริษัทที่มีกำไรสูงอยู่แล้วแต่มีแนวโน้มเติบโตต่ำ