| ปี | อัตราส่วน P/E | เปลี่ยน |
|---|---|---|
| 2026 (TTM) | -12.17 | 115.09% |
| 2024 | -5.66 | 230.41% |
| 2023 | -1.71 | -108.64% |
| 2022 | 19.82 | -457.75% |
| 2021 | -5.54 | -81.47% |
| 2020 | -29.89 | 252.29% |
| 2019 | -8.49 | -90.49% |
| 2018 | -89.21 | -536.85% |
| 2017 | 20.42 | -12.66% |
| 2016 | 23.38 | -74.11% |
| 2015 | 90.32 | 0.00% |
| บริษัท | P/E Ratio | ความแตกต่างของ P/E Ratio | ประเทศ |
|---|---|---|---|
| 38.37 | -415.18% |
US
|
|
| 61.94 | -608.77% |
US
|
|
| 66.95 | -649.94% |
SG
|
|
| - | - |
US
|
|
| 18.73 | -253.88% |
US
|
อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) วัดความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้นของบริษัทกับกำไรต่อหุ้น
P/E ต่ำแต่เป็นบวก หมายถึงบริษัทที่มีกำไรสูงเมื่อเทียบกับมูลค่าปัจจุบัน และอาจถูกประเมินค่าต่ำเกินไป P/E ติดลบสูง (ใกล้ 0) หมายถึงบริษัทที่ขาดทุนหนัก
บริษัทที่มี P/E มากกว่า 30 หรือค่าติดลบมักถูกมองว่าเป็น "หุ้นเติบโต" หมายความว่านักลงทุนคาดหวังการเติบโตหรือกำไรในอนาคต
บริษัทที่มี P/E บวกต่ำกว่า 10 มักถูกมองว่าเป็น "หุ้นคุณค่า" คือบริษัทที่มีกำไรสูงอยู่แล้วแต่มีแนวโน้มเติบโตต่ำ