| ปี | อัตราส่วน P/E | เปลี่ยน |
|---|---|---|
| 2026 (TTM) | -7.69 | -243.97% |
| 2024 | 5.34 | -139.24% |
| 2023 | -13.60 | -901.98% |
| 2022 | 1.70 | -86.61% |
| 2021 | 12.67 | -1,161.67% |
| 2020 | -1.19 | 322.52% |
| 2019 | -0.28 | -96.72% |
| 2018 | -8.61 | -564.02% |
| 2017 | 1.86 | -93.29% |
| 2016 | 27.65 | -880.80% |
| 2009 | -3.54 | 0.00% |
| บริษัท | P/E Ratio | ความแตกต่างของ P/E Ratio | ประเทศ |
|---|---|---|---|
| 38.77 | -604.31% |
US
|
|
| 31.25 | -506.52% |
CN
|
|
| 51.83 | -774.11% |
CN
|
|
| 72.98 | -1,049.21% |
FI
|
|
| 32.94 | -528.44% |
US
|
อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) วัดความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้นของบริษัทกับกำไรต่อหุ้น
P/E ต่ำแต่เป็นบวก หมายถึงบริษัทที่มีกำไรสูงเมื่อเทียบกับมูลค่าปัจจุบัน และอาจถูกประเมินค่าต่ำเกินไป P/E ติดลบสูง (ใกล้ 0) หมายถึงบริษัทที่ขาดทุนหนัก
บริษัทที่มี P/E มากกว่า 30 หรือค่าติดลบมักถูกมองว่าเป็น "หุ้นเติบโต" หมายความว่านักลงทุนคาดหวังการเติบโตหรือกำไรในอนาคต
บริษัทที่มี P/E บวกต่ำกว่า 10 มักถูกมองว่าเป็น "หุ้นคุณค่า" คือบริษัทที่มีกำไรสูงอยู่แล้วแต่มีแนวโน้มเติบโตต่ำ