| ปี | อัตราส่วน P/E | เปลี่ยน |
|---|---|---|
| 2026 (TTM) | 13.56 | -21.20% |
| 2024 | 17.21 | -466.87% |
| 2023 | -4.69 | -93.15% |
| 2022 | -68.47 | -201.74% |
| 2021 | 67.30 | -30.28% |
| 2020 | 96.53 | 558.12% |
| 2019 | 14.67 | -78.64% |
| 2018 | 68.68 | -73.76% |
| 2017 | 261.70 | -2,483.30% |
| 2016 | -10.98 | -72.60% |
| 2015 | -40.08 | -138.30% |
| 2014 | 104.66 | 36.17% |
| 2013 | 76.86 | 134.57% |
| 2012 | 32.77 | 0.00% |
| บริษัท | P/E Ratio | ความแตกต่างของ P/E Ratio | ประเทศ |
|---|---|---|---|
| 7.33 | -45.98% |
JP
|
|
| 19.84 | 46.33% |
US
|
|
| 10.36 | -23.62% |
US
|
|
| 7.12 | -47.52% |
US
|
|
| 14.61 | 7.73% |
DE
|
อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) วัดความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้นของบริษัทกับกำไรต่อหุ้น
P/E ต่ำแต่เป็นบวก หมายถึงบริษัทที่มีกำไรสูงเมื่อเทียบกับมูลค่าปัจจุบัน และอาจถูกประเมินค่าต่ำเกินไป P/E ติดลบสูง (ใกล้ 0) หมายถึงบริษัทที่ขาดทุนหนัก
บริษัทที่มี P/E มากกว่า 30 หรือค่าติดลบมักถูกมองว่าเป็น "หุ้นเติบโต" หมายความว่านักลงทุนคาดหวังการเติบโตหรือกำไรในอนาคต
บริษัทที่มี P/E บวกต่ำกว่า 10 มักถูกมองว่าเป็น "หุ้นคุณค่า" คือบริษัทที่มีกำไรสูงอยู่แล้วแต่มีแนวโน้มเติบโตต่ำ