| ปี | อัตราส่วน P/E | เปลี่ยน |
|---|---|---|
| 2026 (TTM) | -0.23 | -22.41% |
| 2023 | -0.29 | 50.62% |
| 2022 | -0.19 | 1,145.16% |
| 2021 | -0.02 | -99.65% |
| 2020 | -4.44 | -33.67% |
| 2019 | -6.70 | 570.53% |
| 2018 | -1.00 | -66.02% |
| 2017 | -2.94 | -47.56% |
| 2016 | -5.61 | -20.84% |
| 2015 | -7.08 | 62.78% |
| 2014 | -4.35 | 24.60% |
| 2013 | -3.49 | 62.42% |
| 2012 | -2.15 | 0.00% |
| บริษัท | P/E Ratio | ความแตกต่างของ P/E Ratio | ประเทศ |
|---|---|---|---|
| - | - |
DE
|
|
| - | - |
DE
|
|
| - | - |
JP
|
|
| - | - |
CH
|
|
| 41.61 | -18,592.18% |
IN
|
อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) วัดความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้นของบริษัทกับกำไรต่อหุ้น
P/E ต่ำแต่เป็นบวก หมายถึงบริษัทที่มีกำไรสูงเมื่อเทียบกับมูลค่าปัจจุบัน และอาจถูกประเมินค่าต่ำเกินไป P/E ติดลบสูง (ใกล้ 0) หมายถึงบริษัทที่ขาดทุนหนัก
บริษัทที่มี P/E มากกว่า 30 หรือค่าติดลบมักถูกมองว่าเป็น "หุ้นเติบโต" หมายความว่านักลงทุนคาดหวังการเติบโตหรือกำไรในอนาคต
บริษัทที่มี P/E บวกต่ำกว่า 10 มักถูกมองว่าเป็น "หุ้นคุณค่า" คือบริษัทที่มีกำไรสูงอยู่แล้วแต่มีแนวโน้มเติบโตต่ำ