| ปี | อัตราส่วน P/E | เปลี่ยน |
|---|---|---|
| 2026 (TTM) | -13.11 | -90.07% |
| 2023 | -132.00 | -18.56% |
| 2022 | -162.09 | 249.62% |
| 2021 | -46.36 | -108.74% |
| 2020 | 530.27 | 275.01% |
| 2019 | 141.40 | -6.67% |
| 2018 | 151.52 | 222.58% |
| 2017 | 46.97 | 115.15% |
| 2016 | 21.83 | 20.49% |
| 2015 | 18.12 | 99.99% |
| 2014 | 9.06 | -8.00% |
| 2013 | 9.85 | 2.72% |
| 2012 | 9.59 | 0.00% |
| บริษัท | P/E Ratio | ความแตกต่างของ P/E Ratio | ประเทศ |
|---|---|---|---|
| - | - |
DE
|
|
| - | - |
DE
|
|
| - | - |
JP
|
|
| - | - |
CH
|
|
| 38.29 | -392.01% |
IN
|
อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) วัดความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้นของบริษัทกับกำไรต่อหุ้น
P/E ต่ำแต่เป็นบวก หมายถึงบริษัทที่มีกำไรสูงเมื่อเทียบกับมูลค่าปัจจุบัน และอาจถูกประเมินค่าต่ำเกินไป P/E ติดลบสูง (ใกล้ 0) หมายถึงบริษัทที่ขาดทุนหนัก
บริษัทที่มี P/E มากกว่า 30 หรือค่าติดลบมักถูกมองว่าเป็น "หุ้นเติบโต" หมายความว่านักลงทุนคาดหวังการเติบโตหรือกำไรในอนาคต
บริษัทที่มี P/E บวกต่ำกว่า 10 มักถูกมองว่าเป็น "หุ้นคุณค่า" คือบริษัทที่มีกำไรสูงอยู่แล้วแต่มีแนวโน้มเติบโตต่ำ