| ปี | อัตราส่วน P/E | เปลี่ยน |
|---|---|---|
| 2026 (TTM) | -76.46 | 12,858.59% |
| 2024 | -0.59 | -92.15% |
| 2023 | -7.57 | -82.84% |
| 2022 | -44.09 | 246.03% |
| 2021 | -12.74 | -163.14% |
| 2020 | 20.18 | -296.84% |
| 2019 | -10.25 | -38.00% |
| 2018 | -16.54 | -62.71% |
| 2017 | -44.35 | 13.31% |
| 2016 | -39.14 | -20.35% |
| 2015 | -49.14 | 0.00% |
| บริษัท | P/E Ratio | ความแตกต่างของ P/E Ratio | ประเทศ |
|---|---|---|---|
| 35.77 | -146.79% |
US
|
|
| 34.86 | -145.60% |
US
|
|
| 21.39 | -127.97% |
IE
|
|
| 20.90 | -127.34% |
US
|
|
| 52.64 | -168.86% |
US
|
อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) วัดความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้นของบริษัทกับกำไรต่อหุ้น
P/E ต่ำแต่เป็นบวก หมายถึงบริษัทที่มีกำไรสูงเมื่อเทียบกับมูลค่าปัจจุบัน และอาจถูกประเมินค่าต่ำเกินไป P/E ติดลบสูง (ใกล้ 0) หมายถึงบริษัทที่ขาดทุนหนัก
บริษัทที่มี P/E มากกว่า 30 หรือค่าติดลบมักถูกมองว่าเป็น "หุ้นเติบโต" หมายความว่านักลงทุนคาดหวังการเติบโตหรือกำไรในอนาคต
บริษัทที่มี P/E บวกต่ำกว่า 10 มักถูกมองว่าเป็น "หุ้นคุณค่า" คือบริษัทที่มีกำไรสูงอยู่แล้วแต่มีแนวโน้มเติบโตต่ำ