| ปี | อัตราส่วน P/E | เปลี่ยน |
|---|---|---|
| 2026 (TTM) | -2.13 | -89.02% |
| 2024 | -19.43 | -115.73% |
| 2023 | 123.53 | -119.23% |
| 2022 | -642.41 | 168.59% |
| 2021 | -239.18 | 1,054.20% |
| 2020 | -20.72 | 17.56% |
| 2019 | -17.63 | -190.19% |
| 2018 | 19.54 | 4.46% |
| 2017 | 18.71 | -13.10% |
| 2016 | 21.53 | 10.08% |
| 2015 | 19.56 | 0.00% |
| บริษัท | P/E Ratio | ความแตกต่างของ P/E Ratio | ประเทศ |
|---|---|---|---|
| 29.16 | -1,467.09% |
US
|
|
| 18.91 | -986.41% |
DE
|
|
| 14.44 | -777.03% |
US
|
|
| -49.43 | 2,217.45% |
US
|
|
| -5.96 | 179.22% |
DE
|
อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) วัดความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้นของบริษัทกับกำไรต่อหุ้น
P/E ต่ำแต่เป็นบวก หมายถึงบริษัทที่มีกำไรสูงเมื่อเทียบกับมูลค่าปัจจุบัน และอาจถูกประเมินค่าต่ำเกินไป P/E ติดลบสูง (ใกล้ 0) หมายถึงบริษัทที่ขาดทุนหนัก
บริษัทที่มี P/E มากกว่า 30 หรือค่าติดลบมักถูกมองว่าเป็น "หุ้นเติบโต" หมายความว่านักลงทุนคาดหวังการเติบโตหรือกำไรในอนาคต
บริษัทที่มี P/E บวกต่ำกว่า 10 มักถูกมองว่าเป็น "หุ้นคุณค่า" คือบริษัทที่มีกำไรสูงอยู่แล้วแต่มีแนวโน้มเติบโตต่ำ